
แต่วันหนึ่งผมได้มีโอกาสพบปะกับบุคคลใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ แนวคิดและมุมมองใหม่ๆ
ที่มีต่อการทำงานและธุรกิจคนกลุ่มนี้ให้แนวคิดและการพัฒนาตนเอง สู่การเรียนรู้เพื่อลดต้นทุนในอนาคต ลงทุนเพื่อตนเองไม่ต้องรอให้คนอื่นมาผลักดัน เพราะสิ่งที่จะเป็นตัวผลักดันเราคือ เป้าหมายในอนาคตของเราเอง ถ้าเป็นเป้าหมายในงานประจำก็อาจจะมีคนกำหนดให้เราต้องเรียนรู้อะไรบ้าง และลงทุนให้เราเพื่อเป้าหมายเขา
แต่ถ้าเรามีเป้าหมายของเราเองต่ออนาคตของเราเอง เราต้องวางแผนการเรียนรู้ของตัวเอง
ว่าจะเรียนรู้อะไรในการที่จะนำเราสู่เป้าหมายของเราที่ตั้งใว้ ซึ่งแน่นอนไม่มีใครที่ไหนมาลงทุนให้เรา ฉนั้นในฐานะที่เราเป็นเจ้าของชีวิตของเราเอง อนาคตของเราจะมีค่าแค่ไหน
โดยแต่ก่อนการจะซื้อหนังสือซักเล่มเพื่อความรู้หรือพัฒนาตนเอง คิดแล้วคิดอีกแต่พอหนังสือเพื่อความบันเทิงซื้อโดยไม่คิดว่าถูกหรือแพง ซึงแตกต่างกันมากทั้งที่หนังสือแนวความรู้คือพิมล์เขียวของการสร้างสะพานชีวิตแต่เราให้ค่าความสำคัญน้อยมาก
หลังจากที่ได้คุยกับคนที่เขาทำอะไรหลายอย่างที่ต่างจากเรา และเขามีสิ่งที่เรายังไม่มีโดยที่เขาทำในสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำหรือทำน้อยมาก คือการลงทุนเพื่อตัวเอง ไม่ว่าการซื้อหนังสือมาอ่านจำนวนเยอะมากที่เขาอ่าน และการนำพาตัวเองสู่สังคมของคนที่ชอบการเรียนรู้ การสัมนาหรือที่ประชุมต่างๆที่ไม่ฟรีแน่นอน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้หลังจากที่ผมได้ลองทำอะไรหลายๆอย่าง ก็ได้พบความเปลี่ยนแปลงคือเราสามารถทำในสิ่งที่คนเหล่านั้นทำสำเร็จมาแล้ว ได้ในเวลาไม่นานนักทั้งที่คนสอนใช้เวลาเรียนรู้เรื่องนั้นเป็นปีๆ แต่เขานำมาถ่ายทอดเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง เราก็ทำได้ใกล้เคียงกับเขาแต่เราก็ต้องฝึกให้ชำนาญเพิ่มขึ้นเพื่อก้าวสู่จุดต่อไป ซึ่งก็ใช้พื้นฐานเดิมนั่นเอง
มันเป็นมุมมองเหมือนการซื้อแผนที่เพื่อเดินทาง ถ้าเรามองภาพรวมออกเราจะรู้ว่าเราควรจะเดินไปทางไหน เส้นทางไหนเดินแล้วใช้เวลาและทรัพยากรน้อยที่สุด ในการถึงเป้าหมายหรือจะหลงทางจนหมดแรงเดินสิ้นลมในเส้นทางสายใหญ่ของชีวิต เป็นแค่หนึ่งมุมมองเท่านั้นครับสวัสดีครับ
http://www.adwords-eclass.com/?home=9257
วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาโดยเทคนิคแบบ Advanced http://www.googlerichadvancedcourse.com/?dvd=9030


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น