ธุรกิจในฝัน
สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้ก็มา Update กันนิดหนึ่งนะครับ วันนนี้มาคุยเรื่องธุรกิจในฝันของใครหลายคน ถ้าพูถึงคำว่าธุรกิจ ภาพแรก ที่ผุดขึ้นในหัวของเรา เราจะนึกถึง ทุน เป็นอันดับแรก และความคิดต่อมา เราก็จะคิดว่า ทุน ที่เรามีอาจหมดไปในเวาลาอันรวดเร็ว เราก็จะบอกตัวเองว่าเรายังไม่พร้อม รอให้มีเงินมากกว่านี้อีกซักหน่อยแล้วกัน นี้เป็นสาเหตุแรก ๆ ที่คนส่วนใหญ่ ล้มเลิกความคิดทุกอย่าง หรือ คนที่หยากจะทำอะไรสักอย่างที่เป็นของตัวเองล้มเลิกไปทุกครั้ง เพราะภาพธุรกิจของเราเป็นแบบนี้
ซึ่งอาจจะใช่ในอดีตแต่อาจจะไม่ใช่ในปัจจุบัน เพราะคำว่าเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของเราทุกคนและธุรกิจ ซึ่งนำจะเป็นโอกาศให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาศได้เป็นเศรษฐีใหม่กันได้ หรือมีการทำธรุกิจมากขึ้นในอนาคต ความคิดของคนในอนาคตจะเปลื่ยนไปต่อการทำธุรกิจ ซึ่งหลายคนทำรายได้มหาสารในขณะอายุยังน้อยหรือแม้แต่ เขายังไม่ได้จบออกมาหางานทำเลยด้วยซ้ำ
ซึ่งเป็นพลังของธุรกิจในฝัน เมื่อเรากล้าฝันเราก็จะทำในสิ่งที่เราฝันและเดินเข้าใกล้เป้าหมาย ถึงแม้อาจจะไม่เข้าเป้ากับความฝันที่ตั้งไว้ แต่ก็ใกล้เคียงซึ่งก็เพียงพอกับสิ่งที่เข้าต้องการ และปัจจัยอะไรที่สามารถหำให้คนธรรมดาๆ สามารถทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ในยุคที่หลายคนคิดว่าธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนที่สูง ๆ มีสิ่งปลูกสร้างจึงเรียกว่าธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุนคนเห็นแล้วต้องถอดใจกับปัจจัยไม่กี่ข้อ ของธุรกิจเดิม ๆ เช่น
1.ทุน
2.เวาลา
3.ความเสี่ยง
4.ประสบการณ์
ส่วนใหญ่ เจอแค่ข้อ 1 ก็ม้วนเสื่อกลับบ้านไปแล้วเพราะ
1.ค่าสถานที่หน้าร้าน หรือค่าเช่า ซึ่งเป็นเงินไม่น้อยเลยไหนจะต้องตกแต่งร้านอีก แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว
2.ต้องซื้อสินค้ามาก่อนหรือ Stork นั้นเอามามากน้อยขึ้นกับสินค้า
3.อาจต้องจ้างคนมาช่วยงาน หรือลูกจ้างอีก
4.ค่าการจัดการ
ผ่านมา แค่ 3-4 ข้อนี้แล้วลงเงินไปแล้วและยังไม่ได้อะไรเลย เป็นเงินเท่าไร่ก็ลองคำนวนเล่น ๆ ดูครับ
และถ้าเราไม่มีทุนขนาดนั้น หรือยังเรียนอยู่ นี้คงไม้ต้องคิดเลยว่าจะทำอะไร หลายคนบอกแค่คิดก็ผิดแล้ว
แต่ปัจจุบันมีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากอดีตคือ ข้อมูลและจินตนาการที่ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยที่เราก็ยังมองไม่เห็น หรือเห็นแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ซี่งปัจจุบันการเริ่มธุรกิจอยู่ที่ปลายนิ้วเท่านั้นเอง ซึ่งธุรกิจในฝันต่างจาก 4 ข้อข้างบน
1.ไม่มีหน้าร้านหรือค่าเช่า
2.ไม่ต้องมีสินค้า หรือ Stork สินค้า
3.ไม่มีลูกจ้าง
4.ไม่มีค่าการจัดการ
ต้นทุนก็มีแค่ คอมพิวเตอร์, Internet เท่านั้น ส่วนวิธีการก็ในบทความที่ผ่านมาก็พูดถึงไปแล้วหรืออีกแบบหนึ่งก็อาจจะสร้าง Blog ขึ้นมา ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช้เงินลงทุนอะไรเพิ่มอีกเลย
สิ่งที่ว่ามาเหล่านี้หลายคนเห็นและลงมือเรียนรู้และทำจนเราสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ ทั้งที่ถ้าดูไปแล้วเขาไม่มีอะไรพร้อมเลย แต่เขามีสิ่งเดียวที่พร้อม คือ ห้วใจที่เต็มเปื่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นว่าเขาสามารถทำในสิ่งที่ฝันไว้ได้

